หลักการและเหตุผล

มูลนิธิบัวหลวง และ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้จัดโครงการประกวดศิลปิน “ดาวเด่นบัวหลวง ๑๐๑" ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี ๒๕๕๑ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อเปิดเวทีสร้างสรรค์ให้ศิลปินรุ่นใหม่มีโอกาสเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ตั้งแต่การทำงานร่วมกับผู้อื่น การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กลวิธี กระบวนการสร้างสรรค์งาน และการเสริมสร้าง มิตรภาพระหว่างกัน รวมถึงการเพิ่มเติมความรู้ทั้งด้านศิลปะและสังคมจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อันเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของนักศึกษาศิลปะ ที่จะนำประสบการณ์จากช่วงเวลานี้ ไปปรับใช้ในอนาคต อีกทั้งยังทำให้ประชาชนทั่วไปมีความสนใจและเข้าใจงานศิลปะมากขึ้น

มูลนิธิบัวหลวง ได้ขอให้สถาบันอุดมศึกษาคัดเลือกและส่งนักศึกษาศิลปะเข้าร่วมโครงการแข่งขันวาดภาพสด โดยไม่กำหนดหัวข้อ ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นเวลา ๑๐ วัน ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการร่วมมือจากทุกสถาบันการศึกษาเป็นอย่างดี มื่อปีที่แล้วมูลนิธิฯ ได้เริ่มกำหนดหัวข้อในการสร้างสรรค์งานขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อให้นักศึกษาในปีสุดท้าย ระดับปริญญาตรีที่ ได้รับการกลั่นกรองมาแล้วจากสถาบันต่างๆ ทั่วประเทศ ได้เปิดความคิด มุมมองและแสดงความสามารถอย่างเต็มศักยภาพ จากหัวข้อ "บางกอก : ความจริงหรือความฝัน" รวมทั้งได้จัดกิจกรรมสู่สังคม สาธารณะ เพื่อให้นักศึกษาที่กำลังจะสำเร็จการศึกษา ได้มีปฎิสัมพันธ์กับชุมชนสังคมที่กว้างขึ้น

สำหรับโครงการ “ดาวเด่นบัวหลวง ๑๐๑” ประจำปี ๒๕๕๘ นี้ คณะกรรมการได้กำหนดหัวข้อในการสร้างสรรค์งานคือ “สำนึกไทย” เพื่อส่งเสริมค่านิยมที่ดีงาม และเหมาะสม ทั้งในด้านศิลปวัฒนธรรม การดำเนินชีวิตและการอยู่ร่วมกันในสังคม รวมทั้งกระตุ้นจิตสำนึกให้คนไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ และพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่าง ๆ ซึ่ง อ.ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ ได้ให้คำจำกัดความถึงวัตถุประสงค์ของการสร้างสรรค์งานในครั้งนี้ว่า

“การพัฒนาประเทศที่ยังก้าวตามไม่ทัน ทำให้ประเทศตกอยู่ในฐานะของสังคมผู้บริโภค ไม่ใช่ฐานะของผู้ผลิต ทิศทางของคนไทยจึงมุ่ง แสวงหาความก้าวหน้าของตนเอง ให้ทัดเทียมสังคมที่ พัฒนาแล้วด้วยวิธีรวยลัด ทำให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบและการคอร์รัปชั่นขึ้นในสังคมอย่างสูง ฝังรากลึกยากที่จะแก้ไขในขณะนี้ ประกอบกับการถูกพัฒนาทัศนคติความเชื่อใหม่ ยอมรับคนมั่งมี ทั้งที่ได้มาโดยไม่สุจริต จนกลายเป็นวัฒนธรรมที่ดีงามของสังคมไทย

การทุจริตคอร์รัปชั่นทุกวันนี้เป็นปัญหาใหญ่ ร้ายแรงและเป็นที่ยอมรับของสังคมที่กำลังบั่นทอนทำลายวิถีชีวิตความสงบสุขของคนไทยให้หมดไปอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน

การสร้างสรรค์ศิลปะเพื่อสะท้อนถึงสภาวะสังคมที่เป็นปัญหาอยู่นี้ เป็นสื่อที่เปิดกว้างทางการแสดงออกและรับรู้ ทั้งด้านความคิด การแสดงทัศนะ อารมณ์ความรู้สึก การปลูกจิตสำนึก กระตุ้น ให้สังคมได้ตระหนักถึงการกระทำของมนุษย์ในสังคมปัจจุบัน มุ่งสู่ความขัดแย้ง ทำลายธรรมชาติสิ่งแวดล้อม การขาดคุณธรรมและจริยธรรม ถึงการเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมก่อน ตลอดจน ความสุขที่แท้จริงของเรากำลังจะหมดไป

สังคมไทยเป็นอีกสังคมหนึ่งที่มีคุณลักษณะพิเศษ สืบทอดวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ไทยเฉพาะตนและหลอมรวมให้คนไทยเป็นปึกแผ่นมาเป็นเวลาช้านาน จนกระทั่งสังคมไทย เป็นสังคมมีความรักสงบอิสรเสรีและอุปนิสัยของความเป็นคนใจกว้าง ด้วยเหตุนี้ คนไทยจึงรู้จักเลือกเอาส่วนดีของวัฒนธรรมอื่นที่เหมาะสมเข้ามาพัฒนาวัฒนธรรมของตนเอง ให้คนไทยมี รสนิยมหลากหลายและยกระดับจิตใจให้คนไทยเป็นมนุษย์ที่มีใจสูง มีทัศนะคติที่ดีงามต่อสังคมอื่น

ในสองทศวรรษที่ผ่านมา สังคมไทยกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามกระแสของโลกาภิวัตน์ ความเจริญด้านวัตถุมีเทคโนโลยีเป็น ตัวนำให้สังคมทุกวันนี้ก้าวสู่สังคมข่าวสารข้อมูล นวัตกรรม นี้เองทำให้คนทั่วโลก สามารถรับรู้ข่าวสารอย่างอิสรเสรีทั่วถึงกัน ความเจริญดังกล่าวนี้จึงเป็กลยุทธสำคัญของประเทศที่พัฒนาแล้ว ใช้เป็นยุทธวิธีการแย่งชิงอำนาจทางเศรษฐกิจ การได้เปรียบ เหนือกว่าผู้อื่น

ประเทศไทยเป็นสังคมที่กำลังพัฒนา และกำลังก้าวตามสังคมบริโภคนิยมที่เป็นกระแสการเสพสุข ทำให้คนยอมรับได้ง่ายโดยปราศจาก การยั้งคิดถึงความเหมาะสมของตนเอง”

วัตถุประสงค์

ผู้รับผิดชอบโครงการ

หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถมูลนิธิบัวหลวง
หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

คณะกรรมการอำนวยการ

ผู้ร่วมโครงการ

สถาบันการศึกษา จำนวน ๓๒ สถาบัน ๓๓ คณะ ประกอบด้ว